โหราศาสตร์พลังจักรวาล


โหราศาสตร์พลังจักรวาลเรียนได้ทุกศาสนา


เรียนโหราศสาสตร์ พร้อมเปิดกระตุ้นจักระ

https://th-th.facebook.com/public/ณพ-อัครชัย-เส็งเจริญ



แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรราศี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรราศี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ดวงชาตาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่

ดวงชาตาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่

               เมื่อเราทราบแล้วว่า ดวงชาคือแผนที่ชีวิต สำหรับบุคคลหนึ่งๆ ว่าจะมีชีวิตเป็นไปอย่างไร จะมีบุญวาสนาหรือมีกรรมแค่ไหน จะรุ่งโรจน์ หรือคับแค้น เป็นต้น ซึ่งมีลัคนาสถิตเป็นจุดสำคัญ หมายถึงร่างกายของคนเราทั้งร่างกาย เปรียบเทียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ๆ หนึ่งต้น ประกอบไปด้วย รากแก้ว แก่น ใบ ดอกเกสร ผล เปลือก กิ่ง สิ่งที่คอยทำลาย คือ ตัวมอด หรือด้วง ฉะนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบให้ดูพอสังเขป ดังนี้

               ลัคนา       -  หมายถึง    ลำต้นรวมทั้งหมด
               อาทิตย์     -  หมายถึง    รากแก้ว เป็นหลักของชีวิต ถ้าดีการดำเนินชีวิตก็เข้มแข็ง ก้าวหน้าแน่นหนา ไม่คลอนแคลน ถ้าเสีย ชีวิตก็ขึ้นๆ ลงๆ
               จันทร์       -  หมายถึง    แก่น หรือดวงใจ ถ้าดีก็สดชื่น หอมหวาน เช่นแก่นจันทร์ ถ้าเสียก็เข้าตำรา ว่าข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง หรือสวยแต่รูปจูบไม่หอม
               อังคาร      -  หมายถึง    ใบ คือหมายถึงอำนาจ ได้แก่ความสามารถเข้มแข็งที่ปกคลุมให้ความร่มเย็น ถ้าดีก็มีคนยำเกรงมาก ถ้าเสียก็หมดอำนาจปราศจากความเข้มแข็งหาคนเคารพยำเกรงมิได้
                พุธ           -  หมายถึง    ดอกเกสร คือ หมายถึงคำพูด หรือสำเนียงที่เปล่งออกจากปาก ถ้าดีปากเป็นเงินเป็นทอง ถ้าเสียก็ปากเสียเงินเสียทอง
               พฤหัสบดี  -  หมายถึง    ผล คือ หมายถึงสิ่งที่สำเร็จมาจากความคิด หรือกระทำถ้าดีก็มีคนเลื่อมใสมาก มีคนถวายข้าวปลาอาหารให้รับประทานบริบูรณ์ ถ้าเสีย ก็อดอยากปากแห้ง
               ศุกร์         -  หมายถึง เปลือก คือ หมายถึงสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ถ้าดีก็ดูสวยสดงดงาม น่าปรารถนาน่าพอใจ ถ้าเสียก็น่าเกลียดชังหาคนรักใคร่ที่แท้จริงมิได้
               เสาร์         -  หมายถึง    กิ่ง คือ หมายถึงสิ่งที่ยื่นออกไป คือการงามสมบัติ ถ้าดีก็มีไร่นาสาโทมากมาย ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ถ้าเสียก็เป็นคนคับแค้นเอาแต่ได้

               ราหู         -  หมายถึง    ตัวมอดตัวด้วง คือ หมายถึงสิ่งที่คอยทำลาย อยู่กับอะไรก็คอยทำลายส่วนนั้น อยู่กับรากก็กัดราก อยู่กับแก่นกัดแก่น อยู่กับใบกัดใบ เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ราศีกับอวัยวะ

ราศีกับอวัยวะ



1.ราศี ๐ ชื่อราศี..เมษ ต้นธาตุไฟ หมายถึง ศรีษะ , สมอง , ผม , ใบหน้า 
2.
ราศี ๑ ชื่อราศี..พฤษภ - กลางธาตุดิน หมายถึง คอ , ลำคอ , คอหอย 
3.
ราศี ๒ ชื่อราศี..เมถุน ปลายธาตุลม หมายถึง แขนทั้ง 2 ข้าง , ไหล่ , บ่า , สะบัก , ปอด 
4.
ราศี ๓ ชื่อราศี..กรกฎ - ต้นธาตุน้ำ หมายถึง ทรวงอก , เต้านม , หน้าอก , กระเพาะอาหาร , ม้าม 
5.
ราศี ๔ ชื่อราศี..สิงห์ - กลางธาตุไฟ หมายถึงหัวใจ , หลัง , กระดูกซี่โครง , กระดูกชายโครง , กระดูกสันหลัง
6.
ราศี ๕ ชื่อราศี..กันย์ ปลายธาตุดิน หมายถึง ท้องเหนือสะดือ , ตับ , ลำไส้ , ไส้พุง , มดลูก
7.
ราศี ๖ ชื่อราศี..ตุลย์ - ต้นธาตุลม หมายถึง ท้องใต้สะดือ , บั้นเอว , ท้องน้อย , กระเพาะปัสสาวะ , ส่วนกลางลำตัว , รังไข่ , ไต
8.
ราศี ๗ ชื่อราศี..พิจิก กลางธาตุน้ำ หมายถึง ไต , ไข่ดัน , อวัยวะเพศ , สะโพกช่วงก้น , ทวารหนัก และเบา 
9.
ราศี ๘ ชื่อราศี..ธนู ปลายธาตุไฟ หมายถึง สะโพก , ขาอ่อน , เส้นประสาท
10.
ราศี ๙ ชื่อราศี..มังกร ต้นธาตุดิน หมายถึง สะบ้า , หัวเข่า , ผิวหนัง
11.
ราศี ๑๐ ชื่อราศี..กุมภ์ - กลางธาตุลม หมายถึง หน้าเข้ง ถึง น่อง .หลอดเลือดดำ 
12.
ราศี ๑๑ ชื่อราศี..มีน มีสัญลักษณ์ เป็นรูปปลา ปลายธาตุน้ำ หมายถึง เท้า ข้อเท้า ตลอดถึงปลายเท้า กระดูกข้อเท้า 

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี ( ภพที่ 9-12 )

                   ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี






ภพที่ 9 ศุภะ หมายถึง ผู้ใหญ่ ผู้อุปถัมภ์ ที่พึ่ง ที่พักอาศัย การเดินทางไกลอย่างสวัสดิภาพ ความสุข ความสำเร็จ หัวหน้างาน ราบรื่น ผู้บังคับบัญชา การเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศ ศุภะ เป็นภพแห่งสติสัมปชัญญะ มีอิทธิพลในทางให้ความไตร่ตรอง      การวินิจฉัย และการตัดสินชีวิต การพยากรณ์เกี่ยวกับความฉลาดเฉลียว ศีลธรรมการเดินทางไกล ถิ่นไกล ต่างประเทศ ตลอดจนถึงการเปลี่ยนถิ่นฐานที่อยู่จากพื้นเพเดิม  การสนใจในสิ่งลี้ลับเช่น ทางไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ กฎหมาย ศาสนา การเมือง

ภพที่ 10 กัมมะ หมายถึง การงาน อาชีพ ภาระที่เจ้าชะตาต้องทำหน้าที่ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ตำแหน่งหน้าที่การงาน การกระทำ การเรียน ภพกัมมะ เป็นภพที่อยู่สูงสุดแห่งดวงอยู่เหนือศีรษะ คือ เส้นเมอริเดียนจึงมีความสำคัญมากในดวงชะตา จึงหมายถึง ธุรกิจและการทำงานที่นำมาซึ่งชื่อเสียง เครดิตอำนาจ วาสนา ความสูงส่งแห่งชีวิต ภพนี้ยังหมายถึง บิดาหรือมารดา ถ้าเจ้าชะตาเป็นชายก็หมายถึง บิดา ถ้าเจ้าชะตาเป็นหญิงก็หมายถึงมารดา ดังนั้น ภพนี้จึงเป็นภพที่มีความสำคัญมาก ชีวิตจะสูงดีหรือชั่วร้ายแค่ไหน ให้พิจารณาจากภพนี้

ภพที่ 11 ลาภะ หมายถึง ลาภ ความสำเร็จ ความสมหวัง นายหน้า หาลำไพ่พิเศษ ชัยชนะ สิ่งที่พึงได้รับ ลาภะ เป็นภพที่เกี่ยวข้องกับเพื่อน มิตร คนคุ้นเคย การสมาคม ความหวัง ความต้องการ ภพนี้จึงแสดงถึงความสามารถในทางเป็นมิตร มีเพื่อนมากหรือน้อย ดีหรือเลวอย่างไร นอกจากนี้ยังหมายถึง ความมุ่งหวังของเจ้าชะตา ความปรารถนาจุดมุ่งหมายของชีวิตที่จะเป็นนั่นเป็นนี่ หรือวัตถุประสงค์ของชีวิต โดยนับภพที่ ๑๐ เป็นภพที่ ๑ ใหม่ ดังนั้นภพที่ ๑๑ ก็จะกลายเป็นภพที่ ๒ จึงหมายถึงการเงินของการงาน รายได้ ดังนั้น การดูแลกิจการ การงาน จะต้องดูภพที่ ๑๑ ประกอบไปด้วย

ภพที่ 12 วินาศ หมายถึง ความวิบัติ ความล้มเหลว ความลับ สิ่งที่ปกปิด การซ่อนเร้น  สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ล่มสลาย วินาสนะ เป็นภพที่แสดงถึงสิ่งเร้นลับของเจ้าชะตา เรื่องเฉพาะตัวที่เป็นความลับที่ไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้ ภรรยาน้อย เหตุการณ์ของชีวิตที่เกี่ยวกับความทุกข์โศก การเจ็บไข้ที่ต้องเข้าโรงพยาบาล การกระทำผิดและต้องได้รับโทษในการติดคุกตะรางความสันโดษ ถูกเนรเทศ ต้องจำกัดตัวเอง   ความเปล่าเปลี่ยว การไม่ชอบสังคม งานใต้ดิน จารกรรม ศัตรูลับๆ


วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี ( ภพที่ 5 - 8 )

                         ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี




ภพที่ 5 ปุตตะ หมายถึง  บุตร ผู้ใต้บังคับบัญชา คนใช้ เด็กๆ ผู้อ่อนอาวุโส สิ่งของและความคิดริเริ่มใหม่ๆ ความสนุกสนาน ความบันเทิงทางโลกีย์วิสัย ความคึกคะนอง ความประมาท การทำอะไรแบบง่ายๆ การเสิ่ยง ปุตตะเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาถึงความสุขความสำราญของชีวิต เพราะว่าเป็นภพที่อำนวยการและชักนำให้เจ้าชะตาไปสู่ความเพลิดเพลินของชีวิต จะดีหรือร้ายมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นกับราศีนี้ด้วย

ภพที่ 6 อริ หมายถึง ศัตรู คู่แข่งขัน อุปสรรค ความขัดแย้ง ความยุ่งยาก ความเดือดร้อน การกระทบกระแทก การชิงไหวชิงพริบ อุบัติเหตุ การต่อสู้ การงาน (รับใช้บริการ) ลูกจ้าง งานที่ได้รับเงินเดือน จะเป็นงานประเภทใด ชีวิตลูกจ้างจะดีหรือไม่ ดูจากภพนี้เป็นหลัก และยังหมายรวมถึง คนรับใช้ ลูกน้อง ถ้าเจ้าชะตาจะดูลูกน้องบริวารจะดีหรือไม่ ต้องดูภพนี้ และยังบ่งบอกถึงสุขภาพของเจ้าชะตา ป่วยไข้ด้วยโรคอะไร ส่วนไหนของร่างกาย และบ่งถึงสัตว์เลี้ยง (สัตว์เล็ก)

ภพที่ 7 ปัตนิ หมายถึง หุ้นส่วนชีวิต คนรัก คู่สมรส สามี ภรรยา ฝ่ายตรงข้าม คนต่างเพศ สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างประจันหน้า  การลงทุน หุ้นส่วนทางธุรกิจ ปัตนิ เป็นภพที่อยู่ตรงข้ามกับภพที่ ๑ หมายถึง ตัวของเจ้าชะตาเอง แต่ภพที่๗ หมายถึงบุคคลอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเจ้าชะตา เช่น หุ้นส่วน ผู้ร่วมงาน คู่สมรสรวมถึงการสมรสและยังหมายถึง คู่แข่งขัน ศัตรูที่เปิดเผยการคบหากับสาธารณชนทั่วๆไป เส้นภพนี้คือเส้นขอบฟ้าตะวันตก ดังนั้นผู้ที่เกิดในช่วงค่ำ ดวงอาทิตย์มักจะลับขอบฟ้าไปแล้ว ตำแหน่งดาวอาทิตย์จะอยู่ในภพนี้


ภพที่ 8 มรณะ หมายถึง การเจ็บป่วย ตาย สูญหาย ความเสื่อม การพลัดพราก ความผิดหวัง การเดินทางไกลที่มีทุกข์ การหย่าร้าง ผลประโยชน์ที่พึงได้ มรดก มรณะ เป็นภพที่บอกถึง ความตาย มรดก เงินประกัน เงินของหุ้นส่วน หรือเงินของคู่ครอง คำว่า มรดก ในที่นี้ยังหมายถึงวัตถุ สิ่งของ การอุปการะ ช่วยเหลือ มิได้หมายถึงเพียงเงินของผู้ตาย เท่านั้น ยังหมายถึง การสิ้นสุดของเรื่องราวต่างๆ และถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ๆของชีวิตในการดูลักษณะแห่งการตายด้วยเรื่องดีร้ายอย่างไร อายุสั้น อายุยืน ต้องนำภพนี้มาเป็นหลักในการพิจารณา

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี (ภพที่ 1-4 )

ความหมายของภพในเรือนชะตาจักรราศี

ภพ เรียกตามไทยว่า เรือนชาตา มีอยู่ ๑๒ เรือน หรือ ๑๒ ภพ เมื่อคำนวณดวงชาตา วางลัคนาเรียบร้อยแล้ว ให้ถือเอาภพที่ลัคนาสถิต เป็นภพที่ ๑ แล้วนับเรียงลำดับกันไป ซึ่งมีความหมายแต่ละภพ ดังนี้



ภพที่ 1 ตนุ  ( ตัวอย่างดวงชะตานี้ เริ่มลัคนาที่ ราศีตุลย์ ) ตนุตรงกับเส้นขอบฟ้าตะวันออก  ขณะที่เกิด ภพที่ ๑ จะเรียกว่า ลัคนา แทน ลักษณะของเจ้าชะตา นิสัยใจคอ รูปร่างหน้าตา  การเคลื่อนไหว  บอกถึงวิถีชีวิตวัยเด็กหรือวัยแรกๆ ดังนั้นการพยากรณ์พื้นชะตาเกี่ยวกับนิสัยใจคอ ทายรูปร่างหน้าตา ให้พิจารณาดาวเกษตร ว่าไปอยู่ที่ภพใด เกียรติยศชื่อเสียง ตัวของเจ้าชะตา อำนาจวาสนา ตำแหน่งหน้าที่การงาน เครดิต และพฤติกรรม

ภพที่ 2 กฎุมพะ (กดุมพะ) (ราศีพิจิก )  เป็นภพที่บอกถึงรายได้ การเงินของเจ้าชะตาว่าจะดีหรือร้าย ยากจน มั่งมี มีความสามารถรายได้มาจากทางใด จะยั่งยืนมั่นคงแค่ไหน ก็พิจารณาจากภพนี้ นอกจากนี้ยังบอกถึงความรู้สึก ที่แสดงออกมาจากใจจริง และยังหมายถึง สังหาริมทรัพย์ กำไรหรือขาดทุน

ภพที่ 3 สหัชชะ (ราศี ธนู ) หมายถึงการเงิน ทรัพย์สิน สมบัติ หลักฐาน ผลประโยชน์ของเจ้าชะตา รายได้ สหัชชะ เป็นภพที่บอกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับญาติพี่น้อง คนบ้านใกล้เคียง การเรียน การศึกษา การพูด อ่าน เขียน  การเดินทางใกล้ๆ อยากรู้ถึงความนึกคิดจิตใจ เอกสาร สัญญา การให้คำมั่นสัญญา ความเฉลียวฉลาด เพื่อน การสังคม การติดต่อ การเดินทางที่ไม่ต้องค้างแรม เดินทางที่ใกล้ๆ ผู้ที่เจ้าชะตาติดต่อด้วย

ภพที่ 4 พันธุ ( ราศี มังกร )หมายถึง ญาติ อาคารสถานที่ ที่อยู่รวมญาติ ยานพาหนะ ที่ดิน หมู่คณะ บ้าน ครอบครับ รถ เรือ พันธุเป็นภพที่บอกถึงบ้านเกิด ที่อยู่อาศัย ชีวิตภายในครอบครัว หลักฐานอสังหาริมทรัพย์ และยังบอกถึงบั้นปลายของชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้ ยังบ่งบอกถึงภาวะของบิดาหรือมารดาของเจ้าชะตาอีกด้วย  คือ ถ้าเจ้าชะตาเป็นชาย(ภพที่ ๔) ก็หมายถึงมารดา ถ้าเจ้าชะตาเป็นหญิงก็หมายถึงบิดา


วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

ดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗

ดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗ ดาวฤกษ์นำมาจัดเป็นกลุ่มฤกษ์ ๙ หมวด

                                
ฤกษ์ที่ ๑ ทลิทโทฤกษ์ ประกอบด้วย

๑.ดาวอัศวินี
๑๐.ดาวมาฆะ (๑+๐ = ๑)
๑๙.ดาวมูล(๑+๙ = ๑๐ = ๑)

ฤกษ์ที่ ๒ มหัทธโนฤกษ์ ประกอบด้วย

๒.ดาวภรณี
๑๑.ดาวปุรพผลคุณี (๑ +๑ = ๒)
๒๐.ดาวปุรพอาษาต(๒ +๐ = ๒)

ฤกษ์ที่ ๓ โจโรฤกษ์ ประกอบด้วย
๓.ดาวกฤติกา
๑๒.ดาวอุตตรผลคุนี (๑+๒ = ๓)
๒๑.ดาวอุตรอาษาฒ(๒+๑ = ๓)

กลุ่มอื่นก็เหมือนๆกันนะคะ เพื่อให้ง่ายแก่การจำว่าเป็นฤกษ์อะไร
เพียงแค่นำตัวเลขมาบวกรวมกันให้เหลือแค่หลักเดียว

ฤกษ์ที่ ๔ ภูมิปาโลฤกษ์ ประกอบด้วย 

๔.ดาวโรหิณี 
๑๓.ดาวหัสตะ 
๒๒.ดาวศรวณะ

ฤกษ์ที่ ๕ เทศาตรีฤกษ์ ประกอบด้วย 

๕.ดาวมฤคศิระ 
๑๔.ดาวจิตรา 
๒๓.ดาวธนิษฐา

ฤกษ์ที่ ๖ เทวีฤกษ์ ประกอบด้วย 

๖.ดาวอารทรา 
๑๕.ดาวสวาติ 
๒๔.ดาวศตภิษัช

ฤกษ์ที่ ๗ เพชฌฆาฏฤกษ์ ประกอบด้วย 

๗.ดาวปุนัพสุ 
๑๖.ดาววิสาขา 
๒๕.ดาวบุรพภัทรบท

ฤกษ์ที่ ๘ ราชาฤกษ์ ประกอบด้วย 

๘.ดาวปุษย 
๑๗.ดาวอนุราชา 
๒๖.ดาวอุตรภัทรบท

ฤกษ์ที่ ๙ สมโณฤกษ์ ประกอบด้วย 

๙.ดาวอาศเลษา 
๑๘.ดาวเชษฐา 
๒๗.ดาวเรวดี

ดาวฤกษ์

ดาวฤกษ์


ที่มาของฤกษ์
คำว่าฤกษ์นั้น หลายคนยังสับสนกันมากว่าอันไหนเป็นฤกษ์สำหรับตัวเราและอันไหน เป็นฤกษ์สำหรับประกอบกิจกรรมที่เราต้องการจะเริ่มต้นใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล  ซึ่งฤกษ์ในที่นี้ก็คือการคำนวนตามหลักดาราศาสตร์โดยดูการโคจรของพระ จันทร์ที่โคจรไปรอบจักรราศีทั้ง ๑๒ราศี  ซึ่งในราศีทั้ง ๑๒ ราศีนี้ก็จะมีกลุ่มดาวฤกษ์ ที่สถิตย์อยู่คงที่  เรียงรายล้อมจักรราศีชั้นนอกเป็นรัศมี 360 องศาตามจักรราศี 

       ดาวฤกษ์เป็นดาวที่อยู่กับที่ในท้องฟ้าไม่เปลี่ยนแปลง รวมกันเป็นหมู่ๆ มี ๒๗ หมู่ การแบ่งดาวฤกษ์เป็นหมู่ๆ นี้ เพื่อการดูดาวของคนโบราณในเวลากลางคืนและเพื่อสำหรับดูจันทร์โคจรด้วย จึงแบ่งดาวออกเป็น ๒๗ หมู่ หรือ ๒๗ กลุ่ม มีชื่อเรียกดังนี้

๑. อัศวินี, อัสสนี (ดาวม้า ดาวคู่ม้า หรือ ดาวอัศวยุช) มี ๗ ดวง
๒. ภรณี (ดาวก้อนเส้า) มี ๓ ดวง
๓. กฤติกา, กฤตติกา, กัตติกา (ดาวธงสามเหลี่ยม หรือ ดาวลูกไก่) มี ๘ ดวง
๔. โรหิณี (ดาวพราหมีดาว ปลาตะเพียน หรือ ดาวคางหมู) มี ๗ ดวง
๕. มฤคศิร, มฤคเศียร, มิคสิระ (ดาวหัวเต่าดาวหัวเนื้อ ดาวศีรษะ เนื้อ ดาวศีรษะโค ดาวมฤคศิรัส หรือ ดาวอาครหายณี) มี ๓ ดวง
๖. อารทรา, อทระ (ดาวอัททา ดาวตัวโค หรือ ดาวตาสําเภา) มี ๑ ดวง
๗. ปุนัพสุ, ปุนัพพสู (ดาวหัวสําเภา ดาวสําเภาทอง ดาวสะเภา ดาวยามเกา หรือ ดาวตาเรือชัย) มี ๓ ดวง
๘. บุษยะ, บุษย์, ปุษยะ, ปุสสะ (ดาวปุยฝ้าย ดาวพวงดอกไม้ ดาวดอกบัว ดาวโลง ดาวปู ดาวสมอสําเภา หรือ ดาวสิธยะ) มี ๕ ดวง
๙.  อาศเลษา, อสิเลสะ (ดาวเรือน หรือ ดาวนกอยู่ในปล่อง) มี ๕ ดวง
๑๐. มฆ, มฆา, มาฆะ (ดาวโคมูตร ดาววานร ดาวงอนไถ หรือ ดาวงูผู้) มี ๕ ดวง
๑๑. บุรพผลคุนี, ปุรพผลคุนี, ปุพพผลคุนี (ดาววัวตัวผู้ หรือ ดาว งูเมีย) มี ๒ ดวง
๑๒. อุตรผลคุนี, อุตตรผลคุนี (ดาวเพดาน หรือ ดาววัว ตัวเมีย) มี ๒ ดวง
๑๓. หัสต, หัสตะ, หัฏฐะ (ดาวศอกคู้ หรือ ดาวศีรษะช้าง) มี ๕ ดวง
๑๔. จิตระ, จิตรา (ดาวต่อมนํ้า ดาวไต้ไฟ ดาวตาจระเข้ หรือ ดาวเสือ) มี ๑ ดวง
๑๕. สวาดิ, สวาตี, สวัสติ (ดาวช้างพัง หรือ ดาวงูเหลือม) มี ๕ ดวง
๑๖. วิศาขา, วิสาขะ (ดาวคันฉัตร หรือ ดาวศีรษะกระบือ) มี ๕ ดวง
๑๗. อนุราธ, อนุราธะ, อนุราธา (ดาวประจําฉัตร หรือ ดาวนกยูง) มี ๔ ดวง
๑๘. เชฏฐะ, เชษฐา (ดาวงาช้าง ดาวช้างใหญ่ ดาวคอนาค หรือ ดาวแพะ) มี ๑๔ ดวง
๑๙. มูล, มูละ, มูลา (ดาวช้างน้อย หรือ ดาวแมว) มี ๙ ดวง
๒๐. ปุรพษาฒ, บุรพอาษาฒ,บุพพาสาฬหะ (ดาวสัปคับช้าง หรือ ดาว ราชสีห์ตัวผู้) มี ๓ ดวง
๒๑. อุตราษาฒ, อุตตรอาษาฒ, อุตตราสาฬหะ (ดาวแตรงอน หรือ ดาวราชสีห์ตัวเมีย) มี ๕ ดวง
๒๒. ศรวณะ, ศระวณ, สาวนะ (ดาวหลักชัย หรือ ดาวพระฤๅษี) มี ๓ ดวง
๒๓. ธนิษฐะ, ธนิษฐา (ดาวศรวิษฐา ดาวเศรษฐี หรือ ดาวไซ) มี ๔ ดวง
๒๔. ศตภิษัช, สตภิสชะ (ดาวพิมพ์ทอง หรือ ดาวยักษ์) มี ๔ ดวง
๒๕. บุรพภัทรบท, ปุพพภัททะ (ดาวโปฐบท ดาวแรดตัวผู้ หรือ ดาวหัวเนื้อทราย) มี ๒ ดวง
๒๖. อุตรภัทรบท, อุตตรภัทรบท, อุตตรภัททะ (ดาวแรดตัวเมีย หรือ ดาวไม้เท้า) มี ๒ดวง
๒๗. เรวดี (ดาวปลาตะเพียน หรือ ดาวนาง) มี ๑๖ ดวง
   จำทั้งหมดคงจะไม่ไหว เดี๋ยวบทความต่อไป เราจะแบ่งหมวดหมู่ดาวฤกษ์ทั้ง ๒๗ กลุ่มให้เป็นหมวดหมู่ย่อยๆนะคะ